กสาว แต่เขาจึงอดไม่ได้ที่จะเตือนด้วยความหวังดีอันจิ่วเม่ยเหลือบมองหลี่เจียเฟิ่ง เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้มีท่าทีคัดค้าน จึงตอบกลับไปว่า“ไม่เป็นไรค่ะคุณลุง หนูกับคุณย่าชอบอยู่เงียบ ๆ แปลงนี้ไม่เพียงแต่ราคาถูก ขนาดยังใหญ่กว่าแปลงอื่น ๆ ตั้งเยอะ หนูชอบมากเลยค่ะ” รอยยิ้มสดใสปรากฏขึ้นบนใบหน้าของอันจิ่วเม่ย แสดงให้เห็นว่าเธอไม่ได้ฝืนพูดแต่เหวินฟู่ยังคงคิดว่าอันจิ่วเม่ยพยายามประหยัดเงิน เขาจึงหันไปมองหลี่เจียเฟิ่ง
หลี่เจียเฟิ่งมองใบหน้าอันจิ่วเม่ย เห็นชัดว่าหญิงสาวอยากได้ที่ดินแปลงนี้ “ถ้าเธอชอบ เราก็เอาแปลงนี้แหละ”อันจิ่วเม่ยถอนหายใจโล่งอก แต่เหวินฟู่กลับมองหลี่เจียเฟิ่งอย่างไม่เห็นด้วย คิดในใจว่าสมแล้วที่ยังหนุ่มเกินไป ถึงไม่เข้าใจจิตใจผู้หญิงแม้เหวินฟู่จะเตือนเด็กทั้งสองไปแล้ว แต่เมื่อเห็นว่าทั้งคู่ต่างก็สนใจที่ดินแปลงนั้นอย่างแน่วแน่ เขาจึงไม่อาจขัดขวางได้อีก เหวินฟู่บอกราคาที่ดินออกมาตรง ๆ โดยไม่ลังเลหลี่เจียเฟิ่งควักเงินออกจากกระเป๋าจ่ายให้เหวินฟู่อย่างไม่ลังเลราวกับเศรษฐีผู้ใจกว้าง จากนั้นก็รับหลักฐานการซื้อขายมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพาอันจิ่วเม่ยเดินกลับบ้านระหว่างทาง อันจิ่วเม่ยรู้สึกกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูก เธอพยายามหาคำพูดที่เหมาะสมที่จะอธิบายเรื่องที่ดินแปลงนั้นให้หลี่เจียเฟิ่งฟังแต่หลี่เจียเฟิ่งกลับเงียบสนิท ราวกับรูปปั้น เขาไม่ได้ถามอะไรเธอเลยแม้แต่คำเดียวอันจิ่วเม่ยคิดวนไปวนมาจ