ันใดนั้น เสียงชาวบ้านก็ดังระงมขึ้น ต่างซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา
อันจิ่วเม่ยร้องไห้สะอึกสะอื้น ทว่าน ้าเสียงหนักแน่น “ถึงแม้ลูกสาวที่แต่งงานแล้วจะกลับมาอยู่บ้านเดิมจะเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง แต่บ้านหลังนี้พ่อกับแม่ก็ร่วมกันสร้าง…”“หนูก็ถือว่ามีส่วน หนูไม่ได้เรียกร้องอะไรมากมาย ขอแค่ห้องเล็ก ๆ สักห้อง… เพื่อดูแลย่ายามเจ็บป่วยก็พอ หวังว่าแม่กับน้องจะเห็นใจ อย่าได้รังแกพวกหนูสองคนยายหลานอีกเลย ของในห้องหนูถ้าแม่อยากได้ เอาไปให้หมดเลยก็ได้! หนูขอร้อง!”พูดจบ อันจิ่วเม่ยก็ทำท่าจะคุกเข่า น ้าตาไหลอาบแก้ม คำพูดน่าสงสาร ทำเอาคุณย่าอันที่นั่งข้าง ๆ ถึงกับร้องไห้ตาม ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ต่างสะเทือนใจ พากันเข้าไปห้าม“จิ่วเม่ย เธออย่าทำแบบนี้ ทุกคนรู้ว่าเธอเป็นเด็กดี บ้านหลังนี้พ่อแม่ของเธอร่วมสร้างมา อยากอยู่ก็อยู่ไปเถอะ สถานการณ์แบบนี้ เชื่อว่าผู้นำหมู่บ้านคงเข้าใจ” หญิงวัยกลางคนในหมู่ชาวบ้านเอ่ยปลอบอันจิ่วเม่ยด้วยน ้าเสียงเห็นใจจากนั้นเธอก็ตวัดสายตามองซื่อหงกับอันตงหยางอย่างตำหนิราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “ไม่เหมือนแม่ลูกใจทรามคู่นั้น! ปล่อยให้คนแก่อยู่คนเดียว ไม่เลี้ยงดู วันหน้าฟ้าต้องผ่าตายกันทั้งโคตรแน่!”เสียงร้องไห้คร ่าครวญของอันจิ่วเม่ยกับคุณย่าดังอย่างน่าเวทนาทำเอาคนรอบข้างใจหายยิ่งได้ยินคำประณามเมื่อครู่ต่างก็พากันพยักหน้าเห็นด้วยเหมือนไก่จิกข้าว
“หนูขอบคุณลุงป้าน้าอาทุกคนที่เมตตา