ีกสองสามประโยค อันจิ่วเม่ยก็ขอตัวกลับบ้านด้วยความรู้สึกเป็นห่วงคุณย่า เธอก้าวเท้าเร็วขึ้นด้วย
ใจร้อนรน จนเผลอสะดุดเข้ากับบางสิ่ง ร่างเซเสียหลักเกือบจะหน้าคะมำ“เฮ้อ…เกือบไปแล้ว!” หญิงสาวถอนหายใจอย่างโล่งอก พร้อมกับตบมือลงบนหน้าอกอย่างแผ่วเบา “ถ้าหน้าสวย ๆ นี้ได้แผลเป็นขึ้นมาล่ะก็ เสียโฉมแย่เลย”เธอหันไปมองวัตถุต้องสงสัยที่เกือบจะทำเอาเธอหน้าคะมำเมื่อครู่มันถูกฝังอยู่ในดินเกือบมิด โผล่เพียงมุมแหลม ๆ เปื้อนโคลนเลอะเทอะ“อิฐธรรมดา ๆ นี่เอง” เธอพึมพำกับตัวเองแต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นอันจิ่วเม่ยคว้ากิ่งไม้แถวนั้นมางัดวัตถุต้องสงสัยขึ้นมาจากพื้นดิน ทันใดนั้น… แสงสีทองก็สาดวาบออกมาจนแสบตา!ความคิดแว๊บหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว สมองเพ่ยอิงประมวลผลเร็วกว่าความเร็วแสง เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ราวกับนินจาสาวออกปฏิบัติภารกิจลับ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครแอบซุ่มอยู่เธอจึงเร่งความเร็วในการขุดวัตถุต้องสงสัย ก้อนโตสีทองอร่ามราวกับดวงตะวันโอ้แม่เจ้า! มันใหญ่ยักษ์ราวกับอิฐก้อนเบ้อเร่อ แถมยังมีร่องรอยแตกหักตรงมุมอีกต่างหาก ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้ามันยังอยู่ครบสมบูรณ์จะใหญ่โตอลังการขนาดไหน
เธอรีบซุกมันไว้ใต้เสื้อ กอดเอาไว้แน่นราวกับสมบัติล ้าค่า หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก เสียงหนึ่งดังก้องอยู่ในหัวไม่หยุดหย่อนเธอจะรวยแล้ว! ในที่สุดความฝันของฉันก็จะเป็นจริง!อันจิ่วเม่ยไม่ใช่คนโง่ที่จะทิ้งหลักฐานไว้เบื้องหลัง หญิงสาวรีบจ