ากของตนทันทีในขณะเดียวกันก็กวาดตามองรอบด้านไปด้วย
อานเจิงเองก็รู้สึกเช่นเดียวกับเขา ทว่าเด็กชายเพียงแต่เก็บอาการได้ดีกว่าเท่านั้น สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เนื่องมาจากเด็กชายคิดว่าตนเองเป็นพี่ชายของน้องทั้งสอง
ย้อนกลับไปเมื่อวานหลังจากสิ้นสุดมื้ออาหารเย็น ยงเผยก็ได้จัดพิธียกนํ้าชารับศิษย์ขึ้น ซึ่งเขากับยงฮ่าวแม้จะอายุเท่ากันทว่าผู้ที่เกิดก่อนนั้นคือตนเองดังนั้นจึงได้เป็นศิษย์คนที่สาม
ยงฮ่าวกลายเป็นศิษย์คนที่สี่ ส่วนตำแหน่งศิษย์น้องเล็กตกเป็นของหนิงอัน
กลับมายังปัจจุบัน “เพียงแค่พวกท่านเชื่อข้าย่อมได้รับแต่ของดี ส่วนตอนนี้พวกเรารีบกินข้าวกันเถอะท้องข้าร้องแย่แล้ว”หนิงอันพูดอวดตัวพลางเอามือลูบท้องน้อย ๆ ของตนอย่างน่าสงสาร186
“ข้าย่อมเชื่อเจ้าอยู่แล้ว” พี่ชายทั้งสองคนตอบรับพร้อมกัน หนิงอันรู้สึกชื่นชอบพี่ชายทั้งสองไม่น้อยทีเดียวและเมื่อถึงโต๊ะอาหาร เด็กผู้หิวโหยทั้งสามเมื่อเห็นถ้วยข้าวร้อน ๆ อยู่ตรงหน้า พวกเขาก็ลงมือกินทันทีใช้เวลาไม่นานอาหารก็ถูกจัดการจนเกลี้ยง
“หากไม่อิ่มรีบบอกนะ ข้าจะตักเพิ่มให้” หมิงจูกล่าวอย่างใจดี “อิ่มมากเลยขอรับ/เจ้าค่ะ” ทั้งสามยกยิ้มตอบ พร้อมกับลงมือเก็บถ้วย ตะเกียบเดินเข้าไปในครัวเพื่อหวังทำความสะอาด
“พวกเจ้าช่างรู้ความยิ่ง” หมิงจูกล่าวชมเด็กทั้งสามหลังจากเห็นว่าพวกเขาต่างช่วยกันล้างถ้วยตะเกียบและเช็ดโต๊ะจนสะอาด
เด็กทั้งสามต่างเขินอายให้กับคำชมนั้น หลังจากกินมื้อเ