ช้าเรียบร้อยพวกเขาก็แยกย้ายกันไปเล่นตามประสาเด็ก “พวกเจ้าห้ามขึ้นเขา” ยงเผยกล่าวยํ้าอย่างไม่วางใจ
เนื่องจากวันนี้เขาตั้งใจจะเข้าเมืองเพื่อติดต่อช่างมาสร้างบ้านทำให้ไม่มีเวลาสอนเด็กพวกนี้187
ครั้นจะให้ศิษย์เอกทั้งสองของตนเป็นผู้สอนก็เกรงจะเกิดเหตุไม่คาดคิด ดังนั้นจึงละเว้นเด็กเหล่านี้ไว้ชั่วคราว แต่หารู้ไม่ว่าการกล่าวห้ามของตนนั้นช่างไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง
“ขอรับ/เจ้าค่ะ ท่านอาจารย์” เด็กทั้งสามรับคำ ทว่าในเมื่อแมวไม่อยู่มีหรือหนูจะอยู่เฉย“ศิษย์พี่ใหญ่ ศิษย์พี่รองพวกเราไปหาของป่ากันดีหรือไม่” หนิงอันต้องการไปดูแหล่งดินเค็มจึงต้องหาแนวร่วม“ศิษย์น้องเล็ก เจ้าลืมคำสั่งของอาจารย์แล้วอย่างนั้นหรือ” มู่เทาแย้งพร้อมเอามือลูบหัวของเด็กหญิงอย่างเอ็นดู“ข้าไม่ได้ลืมนะเจ้าคะ ถ้าหากท่านทั้งสองไปด้วย พวกเราก็ไม่ได้ไปกันตามลำพังสักหน่อย” หนิงอันยกเหตุผลขึ้นมาแย้งจือฉีผู้เป็นศิษย์พี่ใหญ่มองใบหน้าน้อยของเด็กหญิงอย่างรู้สึกถูกใจ “ที่เจ้าพูดออกมาก็ไม่ผิด แต่เจ้าช่วยบอกข้าถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงดีหรือไม่” คำพูดอย่างรู้ทันของเด็กหนุ่มวัยสิบหกทำให้แผ่นหลังของอันอันหลั่งเหงื่อเย็น188
“ศิษย์พี่ใหญ่ หากว่าข้าพูดไป ท่านจะคิดว่าข้าเพ้อฝันหรือไม่คะ..คือเรื่องนี้” เด็กน้อยวัยสี่ขวบพูดกระท่อนกระแท่นเอานิ้วไขว้ไปด้านหลัง (ข้าไม่อยากโกหกเลยจริง ๆ นะ) นี่คือความคิดของเจ้าตัว“เจ้าลองว่ามาก่อน ข้าถึงจะตอบได้” จือฉี