็กส่วนมู่เทานั้นเป็นคนเดินระวังท้ายในระหว่างการเดินทาง อันอันก็คอยกวาดตามองสำรวจรอบด้านไปด้วย (นี่สินะปัญหาเรื่องนํ้า ในลำธารมีแต่สิ่งกีดขวางถึงว่านํ้าเลยน้อยเรื่องนี้คงต้องนำไปบอกท่านพ่อ) เด็กหญิงทดสิ่งที่ต้องทำไว้ในใจการเดินเท้าบุกป่าฝ่าดงของเด็กต่างวัยทั้งห้าเดินไปพักไปทำให้ใช้เวลามากกว่าสองชั่วยามกว่าจะถึงที่หมายหนิงอันเบิกตากว้างมองภาพตรงหน้าด้วยดวงตาระยิบระยับ (ฮ่า ๆ มีดินเค็มมากเป็นทุ่งกว้างขนาดนี้ เงินจ๋ารออันอันก่อนนะ)192
“ศิษย์น้องเล็กเหตุใดเจ้าทำหน้าเยี่ยงนั้น” จือฉีมองใบหน้าของอันอันทำให้รู้สึกขนลุกในความไม่ชอบมาพากลจึงได้ถามออกไปเสียงสั่น“ศิษย์พี่ใหญ่ข้าออกจะงาม เหตุใดชอบว่ากล่าวข้ากัน”เด็กหญิงทำใบหน้างองํ้ากล่าวตัดพ้อ
“ข้าเพียงแค่ล้อเจ้าเล่น ว่าแต่สิ่งนี้คือสิ่งนี้ที่เจ้าตามหาอย่างนั้นเหรอ มันคือดินจะกลายเป็นเกลือได้อย่างไรข้าว่าเห็นทีเจ้าคงจะต้องผิดหวังเสียแล้ว” จือฉีแก้ตัว ก่อนที่จะย้อนถามเด็กหญิงออกมาพร้อมกัน
“สิ่งนี้แหละเจ้าค่ะ มันจะกลายเป็นเกลือได้ยังไงนั้นตักกลับไปก็รู้แล้ว น่าเสียดายที่พวกเราไม่ได้นำหม้อหรือกระทะมาด้วยไม่อย่างนั้นข้าจะทำให้ท่านได้เห็นกับตาในตอนนี้เลย” อันอันถอนใจในขณะพูด
เมื่อทั้งจือฉีและมู่เทาได้ยินคำพูดของนาง แม้จะเชื่อไม่เต็มร้อย ทว่าพวกเขาผู้ไม่อยากให้เด็กน้อยผิดหวังจึงได้ลงมือขุดดินที่ว่าใส่ตะกร้าสานที่แบกอยู่บนหลังของทั้งคู่193
“ศิษย์น้อง