างบอกว่าเจ้ากำลังเดินทางมาดังนั้นพวกข้าก็เลยพากันมาต้อนรับนี่แหละ” อานไท่พูดไปก็ลูบลำตัวของหมีตัวใหญ่ไปอย่างเอ็นดู
“ฉงซาน เจ้าเก่งมาก” หนิงอันกล่าวชมพลางกอดหมีดำเอาไว้แน่น ด้านหมิงหมิงก็เข้าไปทักทายสหายในวัยเดียวกับตนเช่นกันโดยมีสองพี่น้องอานอยู่ในกลุ่มนี้ “พี่ชายหมิง ท่านกลับมาเสียที” อานจวิ้นพูดขึ้นอย่างดีใจ
“อืม แม้ว่าข้าจะกลับมาแต่ก็ยังต้องกลับไปเมืองหลวงอีกอยู่ที่นี่พวกเจ้าสบายดีกันหรือไม่” คำตอบแรกของหมิงหมิงทำให้เด็กอายุน้อยกว่าทุกคนค่อนข้างเศร้าใจ
“สบายดีขอรับ พี่ชายหมิงท่านพูดแบบนั้นแสดงว่าท่านจะไม่กลับมาอยู่ที่นี่แล้วอย่างนั้นหรือ” อานฉีถามขึ้นด้วยความรู้สึกใจหาย
“ข้าคงจะไป ๆ มา ๆ เพราะในตอนนี้ ข้ากับพี่สาวได้เริ่มทำกิจการในเมืองหลวงด้วย ว่าแต่พวกเจ้าอยากไปเที่ยวที่นั่นหรือไม่” เด็กชายพูดขึ้นอย่างลำบากใจก่อนจะกล่าวชวน
“ไปได้หรือ” อานฉีถามออกมาอย่างตื่นเต้น508
“ย่อมได้ ที่นั่นข้ากับพี่สาวได้ทำไร่แตงโมและมีไร่ดอกนํ้ามันเหลืองด้วยเอาไว้ข้าจะพาพวกเจ้าไปดู”
เสียงร้องเฮของเด็ก ๆ ดังขึ้น กลุ่มคนที่หนิงอันพามาต่างมองไปที่คนเหล่านี้ด้วยความสนใจใคร่รู้
เช่นเดียวกับอานไท่ที่มองคนมากหน้าหลายตาด้วยความสงสัย “เรากลับหมู่บ้านกันก่อนเถอะเจ้าค่ะ” หนิงอันพูดขึ้นเมื่อเห็นสายตาของชายผู้สูงวัย
“ได้สิ กลับบ้านเรากันเถอะ วันนี้ย่าของเจ้ากับป้าสะใภ้ทั้งสองต่างพากันทำของโปรดของเจ้าทั้งสองคนเอาไว้