ษะเล็ก ๆ ของเด็กหญิงในขณะกล่าว คนตัวเล็กใช้เวลาตรึกตรองอยู่สักพัก510
“เจ้าค่ะ ถ้าอย่างนั้นท่านทั้งสองอย่าลืมเขียนจดหมายมาหาข้านะเจ้าคะ อย่าได้ห่างหายไปอีก” อิงอิง คลายอ้อมแขนของตนออกจากเอวบางของหนิงอันก่อนยกมือปาดนํ้าตา
“ได้เวลาแล้ว พวกเจ้ารีบลงเรือกันเถอะ เจ้าลาย ฉงฉงฉงต้า กับเจ้าพวกนั้นไปรอเจ้าอยู่บนเรือนานแล้ว” อานไท่พูดขึ้นพลางพยักพเยิดหน้าไปทางสัตว์ร้ายทั้งเจ็ดตัวที่ไม่ยอมอยู่ในป่าตามเดิม
“เจ้าค่ะ/ขอรับ ขอลาก่อนท่านปู่ไท่ ท่านอาจารย์ อาจารย์หญิง และพวกเจ้าทุกคนด้วยจงอยู่ที่นี่กันอย่างให้สบายนะ” สองพี่น้องกล่าวลาคนมาส่ง โดยที่หนิงอันไม่ลืมที่จะบอกลาสมาชิกใหม่ของหมู่บ้านที่ตนพามาส่งด้วย
สายลมใบไม้ร่วงพัดมาอากาศเริ่มเย็นขึ้น หนิงอันห่อตัวเองในเสื้อบุนวมที่ถูกตัดเย็บขึ้นมาใหม่ยืนอยู่ทางหัวเรือ เด็กสาวเหม่อมองท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนสีอย่างเหม่อลอย
‘เจ้ากำลังคิดอะไรอย่างนั้นหรือ’ กุ้ยเฮยผู้อยู่บนศีรษะของเด็กสาวถามขึ้นอย่างเป็นห่วง511
‘ข้ากำลังคิดว่าเวลาช่างผ่านไปรวดเร็ว เผลอไปเพียงชั่วพริบตาข้าจะอายุสิบห้าแล้ว’ หนิงอันสื่อสารกลับโดยที่เจ้าตัวยังคงไม่ละสายตาจากภาพทิวเขาสลับกับแม่นํ้าเบื้องหน้า
‘นั่นสินะ ข้ายังจำวันที่เจอกับเจ้าได้อยู่เลย ตอนนั้นเจ้ายังเป็นเพียงเด็กน้อยตัวกะเปี๊ยก’
เต่าน้อยกับเด็กสาวสนทนากันในเรื่องถึงความหลังจนกระทั่งฟ้าเริ่มมืดแสงดาวกับแสงจันทร์ต่างส่องแสงของตนลงมาตั