ี่มีความสามารถที่ว่า” อันอันปฏิเสธออกมาอย่างรู้สึกละอายพร้อมกับจับกุยเฮยออกมาจากอกเสื้อยื่นไปด้านหน้าของพี่ชายทั้งสองคน
“เจ้าหมายความว่ายังไง” อานเจิงมองเต่าตัวน้อยที่กำลังจ้องเขาตาแป๋วสลับกับใบหน้าของน้องน้อยที่เริ่มแดงจากความหนาวถามขึ้นอย่างสงสัย
“พวกเราพูดไปเดินไปดีหรือไม่” ไอความเย็นสีขาวพุ่งออกจากปากของเด็กหญิงในขณะกล่าวเนื่องจากอากาศที่หนาวจัด338
“อืม” เด็กชายทั้งสองเห็นพ้อง ต่อมาพวกเขาก็พากันกึ่งเดินกึ่งวิ่งมุ่งหน้าไปทางป่าบนภูเขาเบื้องหน้าเด็กทั้งสามพากันเดินไปได้สักพักตามเส้นทางที่คิดว่าสัตว์ร้ายตัวนั้นเดินจากร่องรอยที่ตนเห็น
แม้จะต้องใช้ความพยายามค่อนข้างมาก เนื่องจากพวกเขาตัวเล็กอีกทั้งกิ่งไม้เอย เถาวัลย์เอย ก็ระโยงระยางเกะกะขวางเส้นทางเป็นอย่างมากโดยที่ไม่รู้ว่าในตอนนี้พวกผู้ใหญ่ก็กำลังเดินไล่หลังมาด้วยความร้อนรนราวไฟลนก้นก็ไม่ปาน
“เจ้าเด็กพวกนี้นี่ถ้าเจอตัวนะ ครั้งนี้ข้าจะต้องสั่งสอนให้หลาบจำเสียบ้างไม่รู้เลยว่าป่าบนเขาอันตรายขนาดไหนกล้าดียังไงแอบมาโดยไม่บอก” อานไท่บ่นไปหอบไปในระหว่างเดิน
“ท่านอาท่านถนอมแรงเอาไว้ก่อนเถอะ ข้าคิดว่าเด็กพวกนั้นไม่เป็นอะไรหรอกแต่เรื่องลงโทษก็คงจะต้องมีกันบ้าง” ยงเผยพูดขึ้น339
“ข้าต้องขอโทษท่านอาด้วย” หยูเจียงกล่าวอย่างรู้สึกผิดเนื่องจากเขามั่นใจเต็มสิบส่วนว่าผู้ที่เป็นตัวตั้งตัวตีจะต้องเป็นบุตรสาวสุดที่รักเป็นแน่
“เฮ้อ! เรื่องนี้จะโทษอันอั