หามีคุณสมบัติสู้กับเจียงผิงอันไม่ แต่ยามนี้ได้ร่วมรุมโจมตี ทำให้พวกเขามีโอกาสสู้กับเจียงผิงอัน สนองอัตตาในใจได้ดียิ่ง
เจียงผิงอันดึงขวานออกจากบ่า โลหิตกระฉูดย้อม เงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างเยือกเย็นด้วยสายตาราวคนตาย
“มีคนแค่นี้หรือ? เรียกมาเพิ่มสิ”
ปวงชนคิดว่าตนได้ยินผิดไป เจียงผิงอันจะตายอยู่แล้ว แต่เขาพูดว่าให้พวกตนเรียกคนมาเพิ่มเนี่ยนะ
ฉางตี๋สังหรณ์ร้ายชอบกล “อย่ารอช้า ร่วมมือฆ่าเขาเสีย!”
ทว่า พวกเขายังมิทันขยับ ขวดสีดำขวดหนึ่งพลันลอยออกมาปราณเซียนแผ่พุ่ง อาคมสั่นสะท้านรุนแรง
ม่านตาทุกคู่หดวูบ ความปรีดาตื่นเต้นบนใบหน้าหดหายหลงเหลือเพียงความหวาดผวา
“ศาสตราเซียน!”
เจียงผิงอันมีกระทั่งศาสตราเซียน!
เมื่อเห็นศาสตราเซียน ปวงชนก็แตกตื่นหนีกระเจิงเช่นฝูงปักษาตื่นเกาทัณฑ์ ทว่าค่ายกลของหวันเหยียนซางไห่ขวางพวกเขาไว้
หวันเหยียนซางไห่ไม่ทันได้ถอนค่ายกล แรงดูดมหาศาลก็ปรากฏจากขวดกลืนสวรรค์ ผู้ฝึกตนกลุ่มหนึ่งถูกสูบเข้าหาอย่างเกินควบคุม
“เจียงผิงอัน! เจ้าฆ่าข้ามิได้นะ! พ่อข้าเป็นเซียนมนุษย์นะ!”
“ข้ายอมแพ้! ข้าจะรับใช้เจ้าเป็นนาย!”
“เจียงผิงอัน สารเลวไร้มารยาทสัประยุทธ์ ถึงกับใช้ศาสตราเซียน!”
เสียงกรีดร้องอย่างเสียขวัญดังระงม บ้างข่มขู่ บ้างวอนขอความเมตตา บ้างกระทั่งก่นด่าเจียงผิงอันว่าไร้มารยาทสัประยุทธ์
ไร้มารยาทสัประยุทธ์? คนเป็นสิบ ๆ รุมเขาลำพัง ยังมีหน้ามาพูดเช่นนี้อีกหรือ?
หากเป็นการต่อสู้ในขอบเ