หมือนกันหรือ?” เจียงผิงอันเย้ย
สัจธรรมของเรื่องนี้ มีเพียงพวกเขาสองคนที่รู้ มองจากสายตาปวงชนก็ทราบได้ว่าพวกเขาส่วนใหญ่ยอมเชื่อว่าฉางหงมีศาสตราเซียนกับตัวมากกว่า
ฉางหงเคืองแค้นอยู่ในใจ เขาอยากสร้างปัญหาให้เจียงผิงอัน แต่มิคาดว่าปัญหาจะเกิดแก่ตัวเอง
หยางจิ่นอวี๋ซึ่งนั่งบนตำแหน่งประธานเอ่ยเบา ๆ “หากพวกเจ้ามีข้อข้องใจกัน ก็ออกไปสะสางกันข้างนอก ห้ามลงมือกันในตำหนักนี้”
“ถือโอกาสยามนี้ ข้าจะบอกเลยแล้วกันว่าได้ป้ายผ่านทางมาอย่างไร ข้ามีสมบัติลับชิ้นหนึ่งซึ่งเร้นตัวข้าจากสวรรค์ สามารถออกสัญจรยามวิกาลได้ และป้ายผ่านทางนี้ ข้าก็ได้มาจากตัวประหลาด”
วิธีการมิได้ยาก ขอเพียงมีสมบัติแบบเดียวกันก็พอ
ปัญหาอยู่ตรงที่ จะหาสมบัติเช่นนี้ได้อย่างไร หากหาได้ ปวงชนคงได้มันไปนานแล้ว
ยามนี้ปวงชนล้วนสงสัยว่าเจียงผิงอันจะมีสมบัติเช่นเดียวกันอยู่กับตัว เขาจึงออกตระเวนราตรีได้โดยมิถูก ‘ตัวประหลาด’ โจมตี
ฉางหงเขม่นมองเจียงผิงอัน “คอยก่อนเถอะ!”
มีเหมียวเสียกับหยางจิ่นอวี๋อยู่ที่นี่ เขามิอาจฆ่าเจียงผิงอันได้เลยจึงหันหลังเดินจากไป
งานเลี้ยงดำเนินต่อ เดิมทีตัวเอกของงานเลี้ยงนี้คือหยางจิ่นอวี๋นางคือบุคคลแรกที่ได้ป้ายผ่านทางนับจากกาลหลายสิบปี แต่หลังจากฉางหงปรากฏตัว บรรยากาศก็ซับซ้อนละเอียดอ่อนสักหน่อย ปวงชนล้วนลอบชำเลืองเจียงผิงอันกันเสมอ
หนึ่งบุคคลกวาดล้างยอดฝีมือสิบกว่าคนจากสำนักเซียนเทียนหลาน เพียงพอให้สนใจได้แล้ว