นล่ะก็ ไป๋ฟานก็จบเห่แน่”
เคอเหมิ่งดุร้ายเช่นนามเสนอ*[1]
เพื่อพัฒนาพละกำลังของเขา เขาดูดซับรากฐานสัตว์ภูตมาเกินนับ ทำให้ร่างของเขาเริ่มแปรเปลี่ยนคล้ายปีศาจ
ทั่วทั้งสำนักเซียนเทียนหลาน ในหมู่ศิษย์ขั้นต้นระดับเขตแดนหากพละกำลังของเคอเหมิ่งถูกกล่าวว่าเป็นรอง ก็ไร้ผู้ใดกล้าประกาศตัวเป็นอันดับหนึ่ง
“จริงสิ ข้าจำเรื่องหนึ่งขึ้นได้!”
ผู้ฝึกตนคนหนึ่งเหมือนจำอะไรได้ เขาโพล่งขึ้นว่า “ในศึกชิงผลึกแก่นพลังในจุลภพเทพโบราณ เพราะไป๋ฟานใช้ใบต้นโลกาฟาดใส่เคอเหมิ่ง เคอเหมิ่งเลยไม่ได้ผลึกแก่นพลัง หากเป็นปกติแล้ว เคอเหมิ่งต้องได้ผลึกแก่นพลังมาแน่นอน”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ สีหน้าปวงชนก็แปรเปลี่ยนพิกล ดูราวจะมีเรื่องสนุกให้ดู
ทำเคอเหมิ่งพลาดโอกาสยิ่งใหญ่เช่นนี้ ก็เดาได้ว่าขณะนี้อารมณ์ของเคอเหมิ่งเป็นเช่นไร
เจี่ยงซินอี๋เสี้ยมสุมกระพือไฟ “พี่เคอเหมิ่ง เมื่อครู่ไป๋ฟานก็พูดถึงเจ้าลับหลัง บอกว่าพละกำลังของเจ้ามีไว้แค่อวดโอ่ ด้อยกว่าเขามากนัก”
ใบหน้าอันปกคลุมด้วยเกล็ดของเคอเหมิ่งยิ่งบูดบึ้ง “งั้นหรือเช่นนั้นข้าก็ขอดูหน่อยว่าเจ้าไป๋ฟานสามารถแค่ไหน”
“หากเอาชนะเจ้าได้ ข้าจะมีคุณสมบัติพอไปปราชันชิงผลเต๋าวิญญาณเซียนที่ดินแดนลับจันทร์มายาหรือไม่?”
เจียงผิงอันถามอย่างสุขุม ใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ ราวไม่สนใจอะไรเลย
“ฮ่า ๆ เอาชนะข้า? ข้าอยู่ในอันดับเก้าของระดับในสำนักเซียนเทียนหลานเรา เจ้ายังอยากเอาชนะข้าเนี่ยนะ?” เสียงหัวเราะ