้าอย่างช้าๆ มือทั้งสองไขว้กันอยู่ด้านหลัง
เกล็ดหิมะปลิวไสวราวกับเป็นขนห่าน เหวี่ยงสะบัดตัวขึ้นลงก่อนจะร่วงหล่นลงใส่ตัวเขา แต่ดูเหมือนจะถูกปัดป้องออกไปด้วยพลังงานที่มองไม่เห็น
“กี่ปีมาแล้วนะตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่ข้ามาเยือนนครหลวงวายุแผ่ว จักรพรรดิฉางเฟิ่งก็สวรรคตไปแล้ว ช่างเป็นโลกที่เกินจะคาดเดานัก เวลานำพาความเปลี่ยนแปลงที่ชวนให้ตะลึงพรึงเพริดเข้ามาอยู่เสมอ” เขาพลันทอดถอนใจขณะจ้องมองไปยังสรรพสิ่งรอบกาย ใบหน้าเหี่ยวย่นของพ่อครัวเงาเปี่ยมไปด้วยความโหยหาอดีต
จักรพรรดิฉางเฟิ่งเป็นผู้นำที่ปรีชาสามารถ จักรวรรดิวายุแผ่วพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดภายใต้การปกครองของพระองค์ ทำให้นักรบผู้ห้าวหาญคนแล้วคนเล่าต่างต้องเข้ามาสวามิภักดิ์กับอาณาจักรอันเกรียงไกรไร้เทียมทานแห่งนี้
“ช่างน่าเสียดาย ความสุขสงบของจักรวรรดินี้ต้องมาถึงจุดจบในไม่ช้า เมื่อคราวที่ต้นตื่นรู้ทางห้าสายเบ่งบาน มันจะนำพานักรบที่แข็งแกร่งกว่ากองกำลังของสำนักอย่างเทียบกันไม่ติดเข้ามา เมื่อถึงตอนนั้นนครหลวงแห่งนี้… ย่อมเผชิญความโกลาหลในที่สุด” พ่อครัวเงาทอดถอนใจอีกครั้ง
ชายชราเพิ่งจะก้าวเท้าออกมาจากร้านอาหารของปู้ฟาง ต้องยอมรับจริงๆ ว่าร้านของปู้ฟางนั้นช่างน่าพิศวง รสชาติอาหารแต่ละจานควรค่าแก่การชื่นชมแม้สำหรับคนที่มีชื่อเสียงเช่นเขา และการที่ปู้ฟางสามารถทำให้ต้นตื่นรู้ทางห้าสายแตกหน่อได้ก็ช่างอัศจรรย์ใจยิ่ง
พ่อครัวเงานึกย้อนกลับไปถึงแรงป