ที่น่าสะพรึงไม่ต่างกัน
“ผู้นำศาลเจ้าเฉาว่องไวเกินไปแล้ว…” สตรีในชุดแดงนางหนึ่งเปรยขึ้น ก่อนจะยิ้มอย่างขมขื่นขณะที่จ้องมองไปยังร่องรอยของร่างที่จากไปไกลแล้ว
“เอกลักษณ์เฉพาะของราชสีห์โลกันตร์ของผู้นำศาลเจ้าเฉาก็คือความเร็ว การที่เราจะตามไม่ทันนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่ไม่ต้องกังวลไป ด้วยระดับปราณของผู้นำศาลเจ้าเฉาและยิ่งมีราชสีห์โลกันตร์อยู่ด้วย โอกาสจะเป็นอันตรายแทบจะไม่มี” ชายอีกคนที่สวมชุดสีแดงเช่นกันตอบออกมา
“พวกเราสามเทพแห่งสามศาลเจ้าต่างก็ส่งตัวแทนไปยังจักรวรรดิวายุแผ่วด้วยกันทั้งสิ้น เกิดอะไรขึ้นกัน ทำไมจู่ๆ จึงมีการเคลื่อนย้ายกันเป็นการใหญ่เช่นนี้”
“ว่ากันว่านักบวชเทพทำนายทายทักไว้ว่าจักรวรรดิวายุแผ่วจะได้รับทรัพย์ใหญ่ จึงสั่งให้ผู้นำสามศาลเจ้าของเราไปตามหาทรัพย์นั้น ข้าเองก็ประหลาดใจไม่ใช่น้อย ทรัพย์ใหญ่ใดกันจะไปปรากฎที่จักรวรรดิวายุแผ่วอันต่ำต้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในนครหลวง แล้วยังได้รับความสนใจจากนักบวชเทพจนถึงกับต้องส่งผู้นำศาลเจ้าทั้งสามคนไปควานหา”
…
“อาจารย์ พวกเราจะไปหาเถ้าแก่ปู้เลยใช่หรือไม่ขอรับ” ถังอิ่นกอดกระบี่แน่น ชายหนุ่มขี่ม้ามีเขา สายตาลอบชำเลืองมองวังหลวงแห่งจักรวรรดิวายุแผ่ว ก่อนจะหันศีรษะไปถามหนี่หยันในเสื้อคลุมตัวหลวมที่อยู่ข้างกาย
หนี่หยันถือผลไม้พลังปราณลูกใหญ่อยู่ในมือ นางกัดเข้าไปหนึ่งคำ น้ำหวานภายในผลไม้กระเซ็นไปเปื้อนทั่ว ใบหน้าที่งดงามบวกกับแก้มอันเต่ง