นที่เตี้ยนั้นก็ไม่ได้ดูปกติเช่นกัน ถึงร่างเขาจะไม่สูงแต่กลับแบกกระทะขนาดใหญ่เบ้อเริ่มเอาไว้บนหลัง กระทะนั้นเกือบจะใหญ่กว่าตัวเขาเสียด้วยซ้ำ ทำให้ดูเหมือนเต่าแบกกระดองไม่มีผิด
“พวกเจ้าสองคน… หยุดอยู่ตรงนั้นเดี๋ยวนี้!” ทหารเฝ้าประตูหยุดทั้งสองเอาไว้แล้วพูดด้วยน้ำเสียงน่าเกรงขาม
มองปราดเดียวก็รู้ว่าสองคนนี้ไม่ธรรมดา ด้วยหน้าที่ของการเป็นทหารเฝ้าเมือง พวกเขาต้องหยุดคนทั้งคู่ไว้แล้วสอบถามว่ามาที่นครหลวงด้วยกิจอะไร
“พี่ใหญ่ คนนี้ไม่ให้เราเข้า… กร้วมๆ” ชายอ้วนพูดพร้อมหยิบน่องไก่ออกมาจากกระเป๋าหน้าแล้วโยนเข้าปากอีกครั้ง เริ่มเขียวตุ้ยๆ ด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ สายตาจ้องไปที่พี่ใหญ่ร่างเตี้ย
ชายร่างเตี้ยเหลือบมองชายร่างอ้วนด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ ก่อนหันมาหาทหารเฝ้ายามแล้วเอ่ย “ไม่เอาน่าสหาย พวกเราสองคนเป็นพ่อครัวที่จะมาเข้าร่วมงานสมโภชร้อยครอบครัวประจำปีนี้ มาจากเมืองอาทิตย์ขจี”
ทหารผู้นั้นชะงักไปชั่วคราว “ชายประหลาดสองคนนี้เป็นพ่อครัวเช่นนั้นรึ… เหตุใดพ่อครัวสมัยนี้ถึงประหลาดกันเสียจริง นี่อุตส่าห์แบกกระทะมาใช้ที่งานด้วยหรือเนี่ย”
เขาทวนชื่อเมืองอาทิตย์ขจีในใจสองสามครั้ง จากนั้นรูม่านตาก็ต้องหดแคบลงเมื่อนึกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเมืองนั้นได้ สายตาของเขาหันไปมองผู้มาเยือนทั้งสองด้วยความตกใจ “เมืองอาทิตย์ขจีรึ อะไรกัน พวกเจ้ามาจากเมืองอาทิตย์ขจีที่เป็นทางเข้าไปยังดินแดนป่ารกชัฏเช่นนั้นรึ”
ชา