ยตัวเตี้ยพึงพอใจกับปฏิกิริยาของทหารเป็นอันมาก เขาเชิดคางแหลมคมขึ้นอย่างเย่อหยิ่งก่อนเอ่ย “เช่นนั้นพวกข้าเข้าไปได้หรือไม่”
ทหารเฝ้ายามกลืนน้ำลายแล้วขยับไปด้านข้างเพื่อเปิดทางให้ทั้งสองเดินตรงเข้านครหลวงไป
แต่ขณะที่ชายร่างอ้วนเดินผ่านทหาร เขาก็หยุดเพื่อยิ้มให้ เนื้อบนใบหน้ากระเพื่อมเป็นลอนๆ
“สหาย เจ้าไม่ใช่คนเลวร้าย เจ้าให้พวกเราเข้าเมืองด้วย เช่นนั้นเอาอย่างนี้ ข้าจะให้น่องไก่เจ้าครึ่งน่องก็แล้วกัน” ชายอ้วนหยิบน่องไก่ออกมาจากกระเป๋าหน้าของผ้ากันเปื้อนแล้วเอาใส่เข้าปาก ฟันสีขาวขนาดใหญ่ของเขากัดลงบนน่อง แบ่งมันออกเป็นสองส่วน
เขาเคี้ยวน่องไก่ครึ่งหนึ่ง แล้วส่งอีกครึ่งที่เหลือให้ทหาร
ทหารผู้นั้นรับน่องไก่มาด้วยท่าทางตกใจ พร้อมมองทั้งสองด้วยสายตาว่างเปล่าขณะคนทั้งคู่เดินเข้านครหลวงไป
เมื่อชายอ้วนจากไปแล้ว ทหารผู้นั้นก็ดูเหมือนจะตื่นจากภวังค์ เขาโยนน่องไก่ลงบนพื้นด้วยสีหน้ารังเกียจ
“พ่อครัวจากเมืองอาทิตย์ขจีรึ ข้าจำได้ว่าพ่อครัวจากที่นั่นน่ากลัวจนไม่น่าเข้าใกล้!” เขาพึมพำกับตนเอง ใบหน้าดูหวาดกลัวเล็กน้อย
…
“กร้วมๆ พี่ใหญ่ เหตุใดปีนี้เราจึงมาร่วมการแข่งขันด้วย เอาเวลาแข่งไปกินน่องไก่เพิ่มอีกสักน่องสองน่องไม่ดีกว่ารึ จะมาแข่งขันกับพวกพ่อครัวไม่เอาอ่าวนี่ไปทำไมกัน” ชายอ้วนพึมพำด้วยความงุนงง พร้อมเคี้ยวน่องไก่ในปาก
พี่น้องสองคนนี้มีนามว่าอาลู่และอาเหวย คนอ้วนชื่ออาลู่ ส่วนอาเหวยคือคนผอม ทั้งส