ม่พะย่ะค่ะ” จีเฉิงเสวี่ยถามด้วยความเคารพ
เมื่อจักรพรรดิได้ยินคำเชิญชวนของจีเฉิงเสวี่ย เขาก็รีบหันไปมองทางอื่นแล้วเอ่ยเสียงนิ่ง “ไม่เป็นไร เจ้ากินเถิด ข้าสั่งของข้าแล้ว… ว่าแต่อาหารจานนี้มีชื่อว่าอะไรรึ”
“ปลาดองเหล้าพะย่ะค่ะ” จีเฉิงเสวี่ยตอบด้วยน้ำเสียงเคารพ
จักรพรรดิพยักหน้าอย่างไร้อารมณ์ จากนั้นเขาก็หลับตาลงและไม่สนใจสิ่งรอบตัวอีก
จีเฉิงเสวี่ยถอนใจ สายตาที่มองจักรพรรดิดูหม่นหมองเล็กน้อยขณะคิด “เหตุใดท่านพ่อจึงไม่ชอบขี้หน้าข้าถึงเพียงนี้… ข้าเองก็ลูกท่าน แถมยังต่อสู้ที่แนวหน้ามาตลอด เหตุใดจึงไม่เคยสนใจใยดีข้าเลยแม้แต่น้อย”
เซียวเหมิงเองก็จนปัญญาเช่นกัน เขาเดินไปที่โต๊ะของจีเฉิงเสวี่ยแล้วรินสุราลงจอก ทั้งสองชนจอกกันก่อนเริ่มดื่มอีกครั้ง
กลิ่นหอมของอาหารยังคงลอยออกมาจากครัวอย่างไม่หยุดหย่อน เปลือกตาของจักรพรรดิที่ปิดสนิทอยู่กระตุกและเปิดออกทันใด
จีเฉิงเสวี่ยที่กินอาหารที่สั่งมาจนหมดลุกขึ้นยืนทำความเคารพจักพรรดิอย่างสุภาพนอบน้อม จากนั้นก็พูดเสียงสงบนิ่ง “ท่านพ่อ ข้าต้องไปเตรียมตัวเพื่อไปปฏิบัติภารกิจ จึงต้องขอลาไปก่อนพะย่ะค่ะ”
ท่านจักรพรรดิพยักหน้ารับรู้แล้วโบกมืออนุญาตให้จีเฉิงเสวี่ยไปได้
จีเฉิงเสวี่ยมองจักรพรรดิด้วยสายตามีความหมาย ดวงตาของเขาดูต้องการสื่ออะไรบางอย่างอยู่ชั่วครู่ จากนั้นจึงหันหลังกลับแล้วจากไป แขนเสื้อโบกสะบัดเหมือนคลื่นน้ำพลิ้วไหว
“เสี่ยวอี้ วานเอาอาหารออกไปให้ลูกค้