ินสามเล่มผนึกกำลังกันเป็นโล่กระบี่ ปัดป้องการโจมตีนั้นเอาไว้ได้
นักบวชแห่งเต๋าที่เหลืออยู่อีกคนตั้งผนึกมือชุด รวบรวมพลังปราณไว้ภายในฝ่ามือ แล้วโยนหมัดใส่เซียวเหมิงด้วยเช่นกัน พลังทั้งสามพุ่งเข้าปะทะกันกลางอากาศ ก่อให้เกิดพลังสะท้อนกลับปริมาณมหาศาลอีกครั้ง
พรวด พรวด!
ชายทั้งสี่ที่กันเซียวเยวี่ยเอาไว้จากอันตรายต่างกระอักเลือดกันออกมาคนละที พลันล่าถอยไปข้างหลัง พวกเขาคว้าตัวเซียวเยวี่ยและหุนเชียนต้วนเอาไว้ ก่อนเหาะหนีไปในอากาศ
ร่างของเซียวเหมิงสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ก่อนจะสลายพลังปราณที่จองจำตัวเขาเอาไว้ ทว่าภายในระยะเวลาสั้นๆ นั้นเอง เซียวเยวี่ยก็จากไปเสียแล้ว
“บัดซบ… ข้ารู้อยู่แล้วเชียวว่าเซียวเยวี่ยมันต้องมีแผนสำรอง!” เซียวเหมิงไม่อาจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เขาได้แต่ก่นด่าอยู่ในใจ ชกกำแพงด้วยความโกรธแค้นจนกำแพงร้าวเป็นริ้วๆ
“เป็นเพราะไอ้หมาดำนั่นทีเดียวเชียว! พวกเราล้อมเซียวเยวี่ยเอาไว้ได้หมดแล้ว… ถึงอย่างไรก็ไม่รอดเงื้อมมือเราไปได้แน่! เหตุใดไอ้หมานั่นจึงซัดมันออกจากร้านกัน!” หัวหน้าขันทีหันไปชี้บุ้ยใบ้ด้วยท่าจีบมือไปที่ร้าน
“เจ้ากล้าชี้หน้าข้าด้วยนิ้วชี้กับนิ้วโป้งถึงสองนิ้วเชียวรึ” สุนัขเจ้าปัญหาเดินเยื้องย่างออกมาด้วยท่าทางเหมือนแมว มันยืนจังก้าด้วยสีหน้าโอหัง มองไปที่เหลียนฟู่ในผ้าเตี่ยว
“ข้าหมายถึงเจ้านั่นแหละ! อย่าคิดว่าข้าจะกลัวเจ้าแค่เพราะเจ้าลอบโจมตีข้าสำเร็จนะ!” เหลียนฟู