่พูดพลางสะบัดเอวบางไปมา
เจ้าดำฉีกปากยิ้มเล็กๆ อย่างมีความหมาย…
ทันใดนั้น เหลียนฟู่ก็รู้สึกราวมีพลังยิ่งใหญ่น่ากลัวกดทับลงมาจากสวรรค์ทั้งเก้า บีบอัดมาที่ร่างกายเขา ความรู้สึกไม่ต่างจากถูกขุนเขามโหฬารทับ จนต้องนอนแน่นิ่งเอาท้องแนบพื้น ขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้
เหลียนฟู่สติหลุดไปเรียบร้อย ผมสีขาวกระจายปิดหน้าปิดตา… ช่างน่าอายเสียนี่กระไร
รูม่านตาของเซียวเหมิงหดแคบ “พลังน่ากลัวนี้… สุนัขสีดำนี่เป็น… อสูรเวทระดับเก้าในตำนานรึ!”
“เถ้าแก่ปู้… ครั้งนี้เป็นความผิดของพวกข้าเองที่ทำให้เจ้าไม่พอใจ เจ้าพอจะ… ทำให้ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่นี้รามือได้หรือไม่” เซียวเหมิงหันไปทางร้าน พร้อมทำท่าผสานมือคารวะ
ปู้ฟางเดินออกมาจากร้าน ร่างสูงโปร่งและผมยาวที่รวบกริบเรียบร้อยทำให้เขาดูสะอาดสะอ้านเป็นอันมาก
“เจ้าหมาขี้เกียจที่ชื่อเจ้าดำตัวนี้เป็นหมาอารมณ์ร้ายยิ่ง… ข้าขอใช้โอกาสนี้สั่งสอนขันทีนี่ก็แล้วกัน จำเอาไว้ คราวหน้าถ้ามาที่นี่อีก… อย่าลืมทำตามกฎของร้านด้วย” ปู้ฟางพูดหน้าตาย
หลังจากที่พูดจบ ชายหนุ่มก็ลูบขนนุ่มสลวยไร้ที่ติของเจ้าดำแล้วพูดด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ “หยุดเล่นแล้วปล่อยขันทีนั่นได้แล้ว”
เจ้าดำหันหน้าไปตอบ “ถ้าข้าบอกว่าไม่ล่ะ”
“เช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าก็จะตื่นสายๆ หน่อยแล้วไม่ฝึกทำอาหารตามตาราง…” ปู้ฟางพูดเสียงเรียบแต่จริงจัง
“ก็ได้ ปล่อยก็ได้” เจ้าดำพ่นลมเย้ยพร้อมกลอกตาใส่ปู้ฟาง จากนั้นก็เดินเยื้องย่างเหมือน