ท่านั้น ตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่ก้านธูปเดียว”
“ในเมื่อข้าสั่งให้เจ้าทำอาหารให้ข้ากิน ก็รีบไสหัวเข้าครัวไปทำเสีย! เป็นแค่พ่อครัวต่ำต้อย ริอ่านมาตั้งกฎโง่เง่าไร้สาระ! แค่คนอย่างข้ามากินที่ร้านเจ้าก็เป็นบุญหัวมากแล้ว อย่ามาเสนอหน้าทำเป็นยิ่งใหญ่เสียเต็มประดา” เจ้ารู่เก๋อเริ่มเหนื่อยจะเสวนากับปู้ฟาง จึงตะโกนออกมาด้วยสีหน้าเย็นชาโกรธเกรี้ยว จากนั้นก็ยกเท้าขึ้นถีบชายอ้วนที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เพื่อแย่งที่นั่งมาเสีย
ดูเหมือนจะมีคนโง่มาทำให้ชายที่จะเป็นพ่อครัวเทพในอนาคตโกรธอีกแล้ว
ปู้ฟางยังคงมีสีหน้าเฉยเมย “ผู้ที่ทำผิดกฎจะถูกคาดโทษ และร้านของข้าก็จะไม่รับคนที่ประพฤติตนเช่นนี้อีก ดังนั้นกรุณารอตามลำดับก่อนหลังด้วย”
หลังจากพูดสิ่งที่ต้องการจบ ปู้ฟางก็เดินเข้าครัวไปโดยไม่สนใจเจ้ารู่เก๋อที่กำลังโมโหโทโสตบโต๊ะป้าบๆ แม้แต่น้อย
ผ่านไปครู่หนึ่ง ชายหนุ่มก็นำข้าวผัดไข่ออกมาให้ลูกค้า เขาเดินถือชามออกมาวางลงตรงหน้าชายอ้วนคนหนึ่ง เมินเจ้ารู่เก๋อที่กำลังโกรธเกรี้ยวโดยสิ้นเชิง
ข้าวผัดไข่ถูกนำออกมาวางอีกชาม แต่เจ้ารู่เก๋อก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง
หลังจากที่ปู้ฟางทำข้าวผัดไข่เสร็จทั้งหมดเจ็ดชาม กลิ่นหอมหวนก็ตลบอบอวลไปทั่ว ราวกับร้านทั้งร้านได้กลายเป็นทะเลที่มีกลิ่นหอมชวนฝัน เจ้ารู่เก๋อที่กำลังถูกโอบล้อมด้วยทะเลแห่งกลิ่นอาหาร รู้สึกเหมือนโดนยืดเวลาความทรมานออกไป ท้องของเขาร้องโครกครากไม่หยุด
“เจ้าทำบ้าอะไรอยู่! ข้าวผั