ก็ดิ้นรนยืนหยัดหลายครั้ง สุดท้ายก็ต้องดับวูบไปเฉินเสียนมองไม่เห็นใบหน้าซูเจ๋ออีกต่อไป ได้ยินก็แต่เสียงฟ้าร้องที่ไม่หยุดหย่อนต่อมาเธอได้ยินเสียงซูเจ๋อคล้ายกับดังข้างหูของเธอ ก่อนจะได้กลิ่นของไม้กฤษณา กล่าวกับเธอเสียงเบาบาง “ให้ข้าลองกอดท่านดูดีหรือไม่?”เฉินเสียนตะลึงงันมือข้างหนึ่งสอดผ่านเอวบางของเธอ จากนั้นก็ค่อยๆดึงเธอมาอยู่ในอ้อมแขนทีละนิดเฉินเสียนตัวสั่นเล็กน้อย เอียงหน้าซุกอยู่ในอกของเขาช้าๆ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยนํ้าตาแนบติดกับเสื้อผ้าของเขา เธอหัวเราะเสียงเบาที่เจือเสียงสะอื้น กล่าวว่า“ซูเจ๋อ”ซูเจ๋อสูญเสียการควบคุมเล็กน้อย เขาพบว่าตัวเองขาดการควบคุมโดยไม่รู้ตัวมือของเขากอดรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อกอดแล้วทำให้ไม่อยากปล่อยเลย เขาแทบอยากจะบีบเธอเข้าไปเก็บไว้ในกระดูกซะเลยช่างทำให้รู้สึกหัวใจเต้นรัวแรงและเกิดความรู้สึกที่แปลกประหลาดเขาจับศีรษะของเฉินเสียนไว้บนหน้าอกตัวเอง หัวใจที่เรียบเฉยพลันรู้สึกตัวเริ่มเต้นอย่างรุนแรง นิ้วมือเย็นลูบไล้เบาๆที่จอนผมเธอ คล้ายกับจะช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะของเธอ333
ซูเจ๋ออดกลั้นเสียงหัวเราะไม่ได้ หัวเราะแบบเสียงแหบตํ่า พลางย้ายริมฝีปากจูบที่หูของเธอ กล่าวว่า “ทำไมท่านน่ากอดเช่นนี้”ทุกท่วงท่าช่างคุ้นเคยและเป็นธรรมชาติ ประหนึ่งเคยเกิดขึ้นในชีวิตเขานับครั้งไม่ถ้วน ทันใดนั้นเขารู้สึกว่า คล้ายกับตามหาสิ่งของสำคัญที่สูญหายกลับมาได้แล้ว สามารถไขความสับสนของตนแส