ล่าวตะโกนออกมาว่า “คนได้ตายไปแล้ว ขอฝ่าบาทโปรดระงับความเศร้าโศกพ่ะย่ะค่ะ!”เฉินเสียนกล่าวว่า “เขาตายแล้วหรือ? พวกเจ้าเห็นกับตาตัวเองหรือว่าเขาตายแล้ว? ข้าไม่ได้เห็นกับตา ข้าหาซากกระดูกของขาไม่พบหนึ่งวัน เขาก็ยังอยู่โลกมนุษย์หนึ่งวัน ไม่พบซากกระดูก ข้าไม่มีทางก่อตั้งสร้างสุสานของเขา”167
แต่ทุกคนของต้าฉู่ล้วนรู้กันว่าอัครเสนาบดีซูตายแล้ว เขาตายบนสนามรบ มีเพียงแค่องค์จักรพรรดินีที่ไม่สามารถยอมรับได้ ยินยอมเชื่อมาตลอดว่าเขายังมีชีวิตอยู่เฉินเสียนมานะบากบั่นกับกิจการราชมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน มุมานะบากบั่นแทบจะถึงขั้นบ้าคลั่ง เธอไม่สามารถทำให้ตนเองว่างสงบสบายใจแม้แต่ชั่วประเดี๋ยวเดียวอยู่ต่อหน้าผู้คนเธอไม่ได้แสดงออกความเจ็บปวดทรมานและขี้ขลาดอ่อนแอเลย เธอเป็นจักรพรรดินีของต้าฉู่ที่เที่ยงธรรมไม่เห็นแก่หน้าใครซูเซี่ยนเพิ่งจะเข้าใจ เมื่อสมัยนั้นเหตุใดท่านพ่อของเขาถึงได้พูดว่ารอให้เขาค่อยๆเติบโตไม่ได้แล้ว นั่นเป็นเพราะท่านพ่อของเขารู้ว่าตนเองจะจากไปโดยสิ้นเชิง เหลือไว้เพียงพวกเขาสองแม่ลูกให้โดดเดี่ยวเดียวดายพึ่งพากันและกันซูเซี่ยนโศกเศร้าเป็นอย่างมาก เขาอายุยังน้อย ประสบพบเจอการลาจากที่ยากจะพบกัน แต่เขาไม่เคยที่จะโศกเศร้าต่อหน้าของเฉินเสียน เขาจะพยายามปกป้องดูแลเธอให้ดีตอนที่รับประทานอาหารเขายืนบนเก้าอี้คีบอาหารให้กับเฉินเสียน เวลานอนเขาขับไล่ฝันร้ายให้แก่เฉินเสียน ห่มผ้าให้เธอ กล่อมเธอนอน เขาต้