วณถนนที่มีคนพลุกพล่าน ราวจับบนสะพานไม้นั้นกว้างและหนา เฉินเสียนจึงนั่งเอนพิงตัวลงไปแล้วอุ้มเจ้าน่องน้อยไว้ข้างกายเธอเริ่มปลอกมันเทศย่างแล้วส่งให้กับซูเซี่ยนซูเซี่ยนเมื่อได้เห็นสีเหลืองทองของมันเทศย่างนั้น ก็เกิดความอยากอาหารขึ้นมาทันที เขาจึงถอดหน้ากากลงแล้วถือมันเทศเอาไว้ด้วยสองมือ ค่อยๆกินอย่างเอร็ดอร่อยในมือเฉินเสียนที่กำลังปลอกมันเทศย่างอีกอันหนึ่งอยู่ ถามขึ้นว่า“รสชาติเป็นอย่างไรบ้าง?”ซูเซี่ยนนึกถึงรสชาติอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า“หวานมาก”เฉินเสียนหันไปชำเลืองที่ซูเจ๋อ แล้วถามขึ้นว่า “ท่านพี่ ท่านจะกินหรือไม่?”ซูเจ๋อมองเธอแล้วตอบว่า“กลับไปแล้วค่อยกิน”เฉินเสียนพูด“กลับไปก็ไม่หมดแล้วล่ะ”ซูเจ๋อหัวเราะเย็นชา แล้วพูดว่า“หมดแล้วก็ไม่เป็นไร”บนสะพานนี้จะมีผู้คนเดินผ่านไปมาอยู่บ้างเพื่อที่จะข้ามไปฝั่งตรงข้าม เฉินเสียนและซูเซี่ยนที่นั่งแทะมันเทศย่างอยู่ที่ราวสะพานนั้นเป็นทำให้ผู้คนสะดุดตาสายลมยามราตรีได้พัดให้โคมไฟนั้นทำให้โคมไฟนั้นแกว่งไปมาอย่างแผ่วเบาแสงไฟจากโคมไฟสาดส่องกระทบไปที่ผิวนํ้าระยิบระยับอย่างงดงาม738
เวลานั้นก็ได้มีเหล่าชายชราที่คาดว่าน่าจะกำลังจะกลับบ้านหลังจากกลับงานเลี้ยงอย่างมีความสุข พูดคุยกันอย่างเสียงดังมาตั้งแต่หัวสะพาน“ท่านเฮ่อให้พวกเราพาลูกสะใภ้ไปให้เขาดู สถานการณ์ในคืนนี้ทุกคนต่างก็ได้เห็น มันไม่ง่ายเลยที่ลูกสาวคนเล็กของข้านั้นจะไม่นึกถึงชื่อเสียงที่เสียหายเมื่อก่อนข