ผ่วเบาว่า “ข้ารู้ว่าแต่ไหนแต่ไรท่านทนได้เสมอ แต่ตอนนี้ ชัดเจนแล้วว่าข้าอยู่ต่อหน้าท่าน เหตุใดท่านจึงต้องอดกลั้นอยู่อีก ถ้าท่านต้องการข้าท่านไม่จำเป็นต้องฝืน ข้ารู้จักร่างกายของตัวเองดีกว่าท่าน ข้ารับได้”191
เธอรู้สึกได้ว่ามือของซูเจ๋อที่จับอยู่ที่ข้อเท้าของเธอกำแน่นขึ้นเล็กน้อยเธอกระซิบอยู่ที่ข้างคอของเขาว่า “ข้าเพียงแค่ยังเขินอายนิดหน่อย”“คงจะเป็นเช่นนั้น”ซูเจ๋อยกขาของเธอขึ้นมาและหาจุดกึ่งกลางหว่างขาจนพบ เขาปล่อยให้เธอจมลงไปช้าๆ ในขณะที่ยืดกายของตนเองขึ้นมาเล็กน้อย ปล่อยตัวไปตามกระแสของนํ้า จากนั้นจึงค่อยๆ รุกเข้าไปในร่างกายของเธออีกครั้งอย่างอ่อนโยนความรู้สึกอิ่มเอมและความรวดร้าวที่เกิดขึ้นทำให้เฉินเสียนสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ขาของเธอไม่มีที่ให้ตกลงไป เธอจึงทำได้เพียงโอบรอบเอวของเขาไว้ ทุกครั้งที่มีการขยับเข้าออกอย่างเต็มที่ ทุกเส้นประสาทของเฉินเสียนจะอ่อนไหวจนเธอแทบบ้าแม้ว่าร่างกายจะเหนื่อยล้า แต่เธอก็ยังอดไม่ได้ที่จะให้ความร่วมมือกับเขา ลอยขึ้นและจมลงไปด้วยกันเฉินเสียนฟุบหน้าอยู่บนบ่าของเขาและอดไม่ได้ที่จะยํ้าเตือน เธอทำอย่างที่ซูเจ๋อเคยทำ เผยอปากและขบไปที่ใบหูของเขาซูเจ๋อชะงักไปนิดหนึ่ง เขาหายใจหนักๆ หนึ่งทีและเอ่ยด้วยนํ้าเสียงที่เปลี่ยนไปว่า “เฉินเสียน ท่าน… กำลังรนหาที่ตายรึ”เฉินเสียนเปลี่ยนไปเป็นระบายความโกรธ เธอตอบกลับด้วยเสียงที่แหบพร่า “ท่านมันปีศาจ มีแค่ท่านท