งจากช่วงกลางวันที่เฉินเสียนออกมาจากแม่น้ำหยางชุน เธอก็ได้มุ่งตรงกลับจวนฉินเลย57
เธอกลับถึงสวนสระวสันตฤดูแล้วเข้าห้องเลย และไม่ได้ออกมาอีก หน้าเธอไร้อารมณ์นั่งที่โต๊ะหนังสือริมหน้าต่าง ราวกับสูญเสียจิตวิญญาณ มองทัศนียภาพด้านนอกหน้าต่าง และไม่มีการตอบสนองใดเลยแน่นอนว่าแม่นมซุยกับอวี้เยี่ยนร้อนใจ เข้าห้องมาดูกี่ครั้ง เฉินเสียนล้วนนั่งอยู่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งสองก็ไม่กล้ารบกวนเฉินเสียนด้วยเฉินเสียนไม่รู้ว่าเมื่อก่อน ตอนที่ซูเจ๋อพยายามคิดหาวิธีช่วยชีวิตเธอ ใช้สมองหนักแค่ไหนกันนะ และวันนี้ก็ควรที่จะวนมาถึงเธอแล้วแน่นอนว่าเธอต้องการช่วยซูเจ๋อ ไม่ว่าวิธีการใดก็ตามในที่สุดรอจนอวี้เยี่ยนกล้าหาญเรียกเธอ เรียกอยู่หลายครั้ง เฉินเสียนถึงได้สติกลับมา พบว่าด้านนอกหน้าต่างฟั้ามืดลงแล้วอวี้เยี่ยนกล่าวเตือนสติว่า “องค์หญิง ถึงเวลากินอาหารเย็นแล้วเพคะ”เธอนั่งอยู่ทั้งบ่ายโดยที่ไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยอาหารวางอยู่บนโต๊ะ เฉินเสียนล้วนไม่มีความอยากอาหารเลย อวี้เยี่ยนรีบไปเชิญฉินหรูเหลียงมากินข้าวด้วยกัน ก็ดีที่จะได้เกลี้ยกล่อมองค์หญิงด้วยแม่นมซุยอยู่ด้านข้าง กล่าวขึ้นว่า “องค์หญิงมากแค่ไหนก็กินสักหน่อยเถิดเพคะ กินอิ่มแล้วถึงจะมีแรงคิดหาวิธีช่วยใต้เท้านะเพคะ”เฉินเสียนกล่าวอย่างราบเรียบว่า “เอ้อร์เหนียงวางใจ เวลานี้ข้าไม่มีทางทารุณร่างกายของข้าหรอก”เธอเพียงแค่รอ รอให้ถึงค่ำคืนนี้อย่างรวดเร็วเฉินเสียนไม่สามารถ