อีกต่อไปท้องฟ้าด้านนอกของเช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอ่อนๆ กระทบลงบนหิมะสะท้อนแสงสว่างสาดส่องไปทั่ว แสงนั่นเล็ดลอดผ่านช่องของกองกิ่งไม้ที่ตายไปแล้วและใบไม้ที่ร่วงหล่นทับถมลงมาเฉินเสียนสะลึมสะลือ รู้สึกเหมือนแสงกำลังแยงตาเธออยู่เมื่อเธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น ก็สบตาเข้ากับนัยน์ตาคู่เรียวยาวของเขาพอดีอย่างไม่ทันตั้งตัวหัวใจเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะตั้งแต่เช้าตรู่เฉินเสียนจึงเพิ่งนึกขึ้นได้ ว่าเมื่อคืนนี้เธอกับซูเจ๋ออยู่ในท่าที่นอนกอดกันทั้งคืน เนื้อแนบเนื้อ ร่างกายเปลือยเปล่าภายใต้เสื้อคลุมนั่นเฉินเสียนหลับไปโดยที่ไม่รู้สึกหนาวแม้แต่นิด กลับรู้สึกว่ากำลังนอนกอดเตาอุ่นๆ มากกว่า945
ร่างกายแนบแน่นไปด้วยความอบอุ่นของซึ่งกันและกัน หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์แบบเฉินเสียนอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว ราวกับว่าได้ถูกซูเจ๋อคว้านเอาจิตวิญญาณไปแล้วซูเจ๋อเริ่มพูดขึ้นก่อนว่า : “อาเสียน อรุณสวัสดิ์”อาการของเขาดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด“อรุณสวัสดิ์……” เฉินเสียนตอบกลับด้วยนํ้าเสียงอู้อี้ : “ท่านรู้สึกดีขึ้นบ้างหรือเปล่า?”“อืม ดีขึ้นมากแล้ว”ถูกซูเจ๋อทับตั้งนาน อาการเมื่อยเกร็งต้องมีเป็นธรรมดาอยู่แล้ว เฉินเสียนจึงเริ่มบิดตัว แต่พอขยับไปแค่นิดเดียว จู่ๆ เธอก็ชะงักไปโดยทันที ไม่กล้าขยับต่อแม้แต่นิดเดียวซูเจ๋อสังเกตเห็นปฏิกิริยาของเธอ เขาจึงพูดขึ้นด้วยความเก้อเขินว่า : “บุรุษเพศก็เป็นกันแบบนี้นี่แหละ ในท