ูเจ๋อ?”ในตอนที่เธอหันหน้ากลับไปนั้น ภาพที่เธอเห็นตรงหน้า บางทีชีวิตนี้ทั้งชีวิตก็ไม่อาจที่จะลืมเลือนได้เขาใช้ทั้งตัวของเขา ต้านบังหินใหญ่ก้อนนั้น เพราะเขาติดอยู่ช่วงระหว่างหินกับพื้น หินก้อนใหญ่ที่อยู่ในมุมเฉียง สร้างเกราะกำบังขึ้นมาให้เฉินเสียนหินก้อนใหญ่ไม่ได้โดนเธอเลยแม้แต่น้อย เพราะซูเจ๋อใช้ตัวของเขาแบกรับทั้งหมดและบังไว้ทุกอย่างซูเจ๋อไม่ร้องเจ็บเลยแม้แต่นิดเดียว ก่อนที่จะได้พูดอะไรออกมา ปากของเขาที่ไม่สามารถปิดลงได้ เพราะมีเลือดไหลทะลักออกมาหินกองเต็มจากทุกทิศจนมิด มีเพียงแสงเล็กน้อยที่เล็ดลอดเข้ามาจากช่องว่างระหว่างหิน เฉินเสียนจึงมองเห็นเลือดสีแดงสดที่บาดตานั่น490
“ซูเจ๋อ……”เวลานั้นเฉินเสียนรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงที่หนาวที่สุดของเหมันตฤดู ราวกับว่าเลือดในร่างกายของเธอได้จับตัวกันและแข็งไปหมดเฉินเสียนตะเกียกตะกายลุกขึ้น แล้วคลานมาที่ด้านหน้าของซูเจ๋อ เธอใช้มือทั้งสองข้างผลักก้อนหินที่อยู่เหนือตัวเขาออก ใช้แรงที่มีอยู่ผลักออกไปเต็มแรงเพื่อจะได้แบ่งเบาภาระของซูเจ๋อได้บ้างแต่ไม่ว่าเธอจะออกแรงแค่ไหน กัดฟันแน่นจนเกิดเสียง ร่างกายเกร็งแน่นจนถึงขีดสุด แต่ก็ไม่สามารถลูกขึ้นได้เลย และก้อนหินด้านบนนั่นก็ไม่ได้ขยับเลยแม้แต่นิดเดียวเสียงร้องไห้ของเธอเล็ดลอดออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ เธอพยุงหินไว้พร้อมกับพูดขึ้นด้วยนํ้าเสียงที่สั่นเครือ : “ซูเจ๋อ ท่านขยับหน่อยได้ไหม? ข้ารับม